ชาวศรีธาตุร่วมสืบทอดบุญกฐิน
เมื่อวันที่ 31
ตุลาคม 2558 ประชาชนชาวอำเภอศรีธาตุร่วมกันสืบทอดประเพณีบุญกฐิน
ณ วัดศรีสว่างบรมสุข อำเภอศรีธาตุ
จังหวัดอุดรธานี
ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณเพื่อเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่
บุญกฐินจะจัด ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12
ผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ใคร่จะทอดกฐิน ก็ให้ทอดได้ในระหว่างระยะเวลานี้
จะทอดก่อนหรือทอดหลังกำหนดนี้ ไม่จัดเป็นการทอดกฐิน
เวลา 15.00น. ชาวบ้านแต่ละหมู่บ้านจะไปรวมตัวกันที่วัดเพื่อตั้งขบวนแห่กองกฐินรอบหมู่บ้าน
ระหว่างทางก็จะมีการฟ้อนแห่ มีดนตรีเปิดเพื่อให้เกิดความสนุกนานตลอดทาง และจะมีขัน
ต้นกฐิน ให้ผู้คนได้ร่วมถวายเงินตลอดเส้นทาง
ประชาชนมากมายแต่ละหมู่บ้านก็มาร่วมแห่กฐินกันอย่างหนาแน่น
เมื่อมาถึงวัดแล้วแต่ละหมู่บ้านก็จะรวบรวมเงินปัจจัยทานที่ร่วมกันบริจาคมาถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ที่วัด และพระภิกษุสงฆ์ก็จะให้พรตามลำดับ
และเวลาประมาณ 18.00น. จะมีพิธีบวชชีพราหมณ์
ซึ่งคนในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะมาร่วมทำพิธีบวชชีพราหมณ์ ต่อมาก็จะมีพิธีสวดพุทธาภิเษก
ซึ่งเป็นพิธีที่ศักสิทธิ์มากและนานทีจะมีการจัดพิธีนี้ขึ้น ประชาชนส่วนมากจึงมาร่วมทำพิธีนี้อย่างหนาแน่น
และการจัดประเพณีนี้ขึ้นเพื่อแสดงถึงความรักความสามัคคีของคนในหมู่บ้านที่ร่วมกันสืบทอดประเพณีดีๆไว้คู่กับคนไทยตลอดไป
การทอดกฐินเป็นประเพณีอันดีงามของชาวพุทธที่ศาสนิกชนปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลายาวนานกว่า
2,500 ปี กำเนิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระภิกษุชาวเมืองปาไฐยรัฐออกเดินทางไกล
เพื่อไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ วัดพระเชตวัน
พระภิกษุเหล่านั้นมีจีวรที่เปรอะเปื้อนเปียกชุ่ม และเปื่อยขาดด้วยความเก่า
พระบรมศาสดาจึงทรงมีพุทธานุญาตให้ภิกษุอยู่จำพรรษารับผ้ากฐินได้หลังออกพรรษา
เพื่อนำมาผลัดเปลี่ยนผ้าเก่า
ประเพณีทอดกฐินได้เกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งนั้นและสืบทอดมาจนกระทั่งปัจจุบันการทอดกฐินเป็นบุญที่มีอานิสงส์มหาศาล บุญจากการทอดกฐินเป็นบุญพิเศษ
ที่ทำได้ยากกว่าบุญอื่น ด้วยสาเหตุหลายประการ ดังนี้ คือ1.) จำกัดด้วยเวลา คือต้องถวายภายใน 1
เดือน นับตั้งแต่วันออกพรรษา
2.)จำกัดชนิดทาน คือ ต้องถวายเป็นสังฆทานเท่านั้น
จะถวายเจาะจงภิกษุรูปใดรูปหนึ่งเหมือนทานอื่นไม่ได้
3.)จำกัดคราว คือ แต่ละวัดรับกฐินได้เพียงปีละ 1
ครั้งเท่านั้น
4.)จำกัดผู้รับ คือ
พระภิกษุรับกฐินได้จะต้องจำพรรษาที่วัดนั้นครบไตรมาส (3
เดือน) และจะต้องมีจำนวนตั้งแต่ 5 รูปขึ้นไป5.)จำกัดงาน คือ เมื่อพระภิกษุรับผ้ากฐินแล้ว
จะต้องกรานกฐินให้เสร็จภายในวันนั้น
6.)จำกัดของถวาย คือ
ไทยธรรมที่ถวายต้องเป็นผ้าผืนใดผืนหนึ่งในไตรจีวรเท่านั้น โดยทั่วไปนิยมใช้สังฆาฏิ
ไทยธรรมอื่นจัดเป็นบริวารกฐิน เกิดจากพุทธประสงค์ พระสัมมาสัมมาพุทธเจ้าทรงมีพุทธานุญาตให้พระภิกษุสงฆ์รับผ้ากฐินเพื่อพลัดเปลี่ยนไตรจีวรเก่า
แต่ทานอย่างอื่นทายกทูลขอให้อนุญาต เช่น มหาอุบาสิกาวิสาขาทูลขออนุญาต
ถวายผ้าอาบน้ำฝน การทอดกฐินและประเพณีการทอดกฐินผ้ากฐิน โดยความหมายก็คือผ้าสำเร็จรูปโดยอาศัยไม้สะดึง
นิยมเรียกกันจนปัจจุบันนี้การทอดกฐิน คือ
การนำผ้ากฐินไปวางไว้ต่อหน้าพระสงฆ์อย่างต่ำ 5
รูป แล้วให้พระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่งที่ได้รับมอบหมาย
จากคณะสงฆ์ทั้งนั้นเป็นเอกฉันท์ให้เป็นผู้รับกฐินนั้นเขตกำหนดทอดกฐินการทอดกฐินเป็นกาลทาน ตามพระวินัยกำหนดกาลไว้
คือ ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 11
ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12
ผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ใคร่จะทอดกฐิน ก็ให้ทอดได้ในระหว่างระยะเวลานี้
จะทอดก่อนหรือทอดหลังกำหนดนี้ ไม่จัดเป็นการทอดกฐิน แต่มีข้อยกเว้นพิเศษว่า
ถ้าทายกผู้จะทอดกฐินนั้น มีกิจจำเป็น เช่น จะต้องไปในทัพ
ไม่สามารถจะอยู่ทอดกฐินตามกำหนดนั้นได้
จะทอดกฐินก่อนกำหนดดังกล่าวแล้วพระสัมมาสัมพุทธะ ทรงอนุญาตให้ภิกษุรับไว้ก่อนได้ นอกจากนี้การทอดกฐินยังเป็นทานที่พิเศษ คือ
ทั้งพระภิกษุและญาติโยมผู้ทอดกฐินได้อานิสงส์ด้วยกัน การทอดกฐินจึงเป็นบุญใหญ่
ที่ผู้ให้ (คฤหัสถ์) และผู้รับ (พระภิกษุสงฆ์) ต่างก็ได้บุญทั้ง 2 ฝ่าย





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น